Passion Income สร้างรายได้ผ่านอสังหาฯอย่างยั่งยืน

Passion Income ลงทุนอสังหาฯสร้างรายได้อย่างยั่งยืน
ในยุคที่กระแสสังคมให้ความสนใจเรื่องการสร้างรายได้จากการลงทุน ทำธุรกิจ เพื่อสร้างอิสรภาพทางการเงิน ค้นหาแนวทางการสร้างรายได้ Passive Income เพื่อหาแนวทางให้เงินทำงาน แต่การจะสร้าง Passive Income แบบหยั่งยืนนั้น เกิดจากการลงทุน ทำธุรกิจ ในสิ่งที่เราชอบ ถนัด รักและหลงใหล กับสิ่งนั้นหรือมี Passion นั่นเอง
ก่อนที่เราจะไปพูดถึงเรื่อง Passion Income เรามลองมาดูกันว่า ในอดีตที่ผ่านมามีการลงทุนประเภทไหนบ้างที่สามารถให้เงินทำงานให้งอกเงยโดยที่เราไม่ต้องทำอะไรเลย ซึ่งการลงทุนอันดับต้นๆก็คือ “เงินฝาก” ในสถานบันการเงิน เพราะในอดีตนั้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสูงมากกว่า 10% ซึ่งเทียบกับปัจจุบันนั้นต่ำลงมาจนแทบจะน้อยกว่าอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งส่งผลมูลค่าเงินฝากที่แท้จริงในตัวเงินลดลงตามไปด้วย
ปัจจุบันเริ่มได้เห็นนโยบายบางธนาคารที่มีแผนจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากให้อยู่ที่ 0% แต่ที่ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าคือในประเทศญี่ปุ่นที่มีอัตราดอกเบี้ยเงินฝากติดลบ ซึ่งทิศทางในอนาคตหากมีช่วงเศรษฐกิจถดถอยอีก เราอาจจะได้เห็นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากติดลบในประเทศไทยก็เป็นไปได้ ดังนั้นแม้แต่ “เงินฝาก” ที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีในอดีต ก็น่าจะไม่ใช่เรื่องง่ายในอนาคตที่จะหวังสร้างรายได้จากอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก เราจึงจำเป็นต้องปรับตัว และความเชื่อที่ว่า การลงทุนแบบง่ายๆ ที่ไม่ต้องวางแผน ไม่ต้องทำอะไรก็สามารถสร้างรายได้หรือ Passive Income อาจจะทำได้ยากขึ้นเรื่อยๆ
ปัจจุบัน อสังหาฯก็เป็นการลงทุนอีกหนึ่งประเภทที่หลายคนให้ความสนใจใช้เป็นเครื่องมือในการสร้าง Passive Income แต่กการลงทุนในอสังหาฯมีความซับซ้อนกว่าเมื่อเทียบกับการลงทุนในเงินฝากพอสมควรดังนั้น ซึ่งต้องคำนึงถึงหลายๆปัจจัยเพื่อมาพิจารณาประกอบ อาทิเช่น
การสำรวจตลาด หรือ Market Survey
หากเปรียบเทียบในหลายๆธุรกิจหรือการลงทุน แม้กระทั่ง เงินฝาก เรายังควรศึกษา สำรวจหา อัตราดอกเบี้ยในแต่ละสถาบันการเงินเพื่อนำมาเปรียบเทียบในการตัดสินใจฝากเงิน ดังนั้นในอสังหาฯ เราก็จำเป็นต้องสำรวจสภาพตลาดเพื่อหาลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย และปรับสินค้า(อสังหาฯ) ให้ตรงกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายนั้นๆ เพื่อนำมาวางแผนการลงทุน ซึ่งปัจจุบันก็สามารถค้นคว้า หาแหล่งข้อมูลได้ง่ายขึ้นจากในอินเตอร์เน็ต หรือจะลงไปสำรวจพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน อย่างไรก็ตามประเด็นสำคัญคือ “ใครจะลงทุนได้ใกล้เคียงกับแผนที่วางไว้ได้มากที่สุด”
มีนักลงทุนท่านนึงสำรวจตลาด โดยศึกษาข้อมูลได้อย่างละเอียดในพื้นที่หนึ่งๆ แล้วพบว่ายังมีช่องว่างบางประการในตลาดที่ยังมีโอกาสในการสร้างรายได้อยู่ อาทิเช่น ในพื้นที่นั้นๆไม่มีคนทำบ้าน 2 ชั้นเพื่อขายมาก่อน หรือไม่มีคนแต่งห้องชุดครบถ้วนพร้อมอยู่เพื่อปล่อยเช่ามาก่อน จึงมองว่าเป็นโอกาสในการทำธุรกิจและสร้างรายได้ที่ดีอย่างแน่นอน แต่ในความเป็นจริงนั้น สิ่งที่คิดและสำรวจตลาด อาจมีคนเคยทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จ จึงไม่มีคนทำ ทำให้เราไม่สามารถหาข้อมูลได้ จึงเป็นเรื่องยากที่จะแยกความแตกต่างว่ามันคือ “ช่องว่างการตลาดที่ยังไม่มีคนทำ” หรือ “เป็นสินค้าที่ไม่ตอบสนองความต้องการของตลาด” ดังนั้นหากใช้การ “คิดไปเอง” ว่ามันต้องเป็นการลงทุนที่ดีแน่ๆเพราะไม่มีคนทำ โดยที่ไม่มีการวางแผนสำรองไว้ก่อนเพราะมั่นใจตัวเองมาก (คิดเอง เออเอง) ก็อาจทำให้เกิดความเสียหายได้
ปรับตัวสร้างความต่างจากคู่แข่ง
ในยุคที่เราสามารถหาข้อมูลในการลงทุนได้ง่ายผ่านอินเตอร์เน็ต ในอีกมุมนึงก็ทำให้ผู้ที่สนใจลงทุนสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ง่าย และก็เป็นเรื่องปกติที่การลงทุนใดๆที่ได้ผลตอบแทนดี จึงมักจะมีผู้ให้ความสนใจทำตามกันเป็นจำนวนมาก เช่นการลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยใกล้แหล่งงาน อย่างนิคมอุตสาหกรรม หรือสถานศึกษาโดยเฉพาะมหาวิทยาลัยที่มีจำนวนนักศึกษาปริมาณมาก ก็จะทำให้มีผู้เล่นรายใหม่ที่สนใจลงทุนเข้ามาลงทุนบ้าง ดังนั้นการเก็บข้อมูล ประเมิน ปรับตัว พัฒนาเพื่อให้เรามีอสังหาฯที่มีความแตกต่างจากอสังหาฯอื่นในตลาด จึงเป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่ตลอดเวลา จึงเป็นเรื่องยากหากคิดลงทุนแบบ Slow life แบบนั่งอยู่เฉยๆสร้าง Passive Income ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในการลงทุนอสังหาฯในยุคปัจจุบัน
ธุรกิจปล่อยเช่าอสังหาฯ เช่น เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ ห้องเช่า ในอดีตถูกมองว่าเป็นธุรกิจ “เสือนอนกิน” สร้างรายได้แบบไม่ต้องทำอะไรมากรอเก็บกินค่าเช่าไปเรื่อยๆนั้น ทีมงานบ้านดีได้มีโอกาสสัมภาษณ์ผู้ที่มีประสบการณ์ทำธุรกิจและประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ ได้ให้ข้อคิดไว้ว่า ทุกธุรกิจเราต้องพัฒนาปรับตัวตลอดเวลายิ่งเทียบกับ เสือมันยังต้องออกล่าหาอาหาร ถ้ามัวแต่นอนอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรเลย ก็คงอดตายไม่มีกิน แล้วก็จะกลายเป็น ซากเสือที่ถูกกิน จากฝูงแร้ง
รับฟังและตอบสนองความต้องการของลูกค้า
เป็นประเด็นที่สร้างความลำบากใจบ่อยครั้งต่อผู้ประกอบธุรกิจอสังหาฯ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบ้านขาย บางครั้งลูกค้าถามว่าทำไมให้พื้นที่สีเขียวเพื่อทำสวนน้อย ห้องครัวทำไมดูเล็ก ห้องน้ำดูอึดอัด หรือประเภทธุรกิจปล่อยเช่า เช่น ผู้เช่าโทรแจ้งเรื่องน้ำประปาไม่ไหลบ่อยครั้ง ไฟฟ้าส่องสว่างบางดวงใช้งานไม่ได้ ท่อส้วมตัน เฟอร์นิเจอร์ หรืออุปกรณ์ลูกบิดประตู ฝักบัวไม่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ในการใช้งาน บางครั้งโทรมาเวลากลางคืนก็ยิ่งทำให้แก้ปัญหาให้ล่าช้า ก็สร้างความไม่พอใจกับผู้เช่าอีก การรับฟังและตอบสนองความต้องการของลูกค้าเพื่อแก้ปัญหาให้เกิดความพึงพอใจ จึงเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้จากการปฏบัติ ไม่มีเป็นทฤษฎีตายตัว หาข้อมูลเพื่อวางแผนล่วงหน้าก็ทำได้แค่แนวทางเท่านั้น เพราะเราคงไม่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทั้งหมด ในขณะที่เราจะไม่สนใจและรับฟังความเห็นจากลูกค้าเลยก็ไม่ได้ การหาจุดที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งที่นักลงทุน ผู้ประกอบธรุกิจอสังหาฯต้องค้นหาด้วยตัวเอง
จากปัจจัยข้างต้นจะเห็นว่าการลงทุนและทำธุรกิจด้านอสังหาฯจะมีปัจจัยต่างๆที่เป็นปัญหาเพื่อเข้ามาให้เราพัฒนาปรับตัวอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการลงทุนในอสังหาฯเพื่อสร้างรายได้ แล้วประสบความสำเร็จครั้งแรกโดยไม่เจอปัญหาใดๆเลย นั้นถือว่า “โชคดี” และ “โชคร้าย”
โชคดี คือ คุณไม่มีความผิดพลาดก็สามารถสร้างรายได้
โชคร้าย คือ ถ้าต้องการให้สิ่งนั้นๆสร้างรายได้กับคุณอย่างยั่งยืนคุณต้องมีการทำซ้ำ และจะรู้ได้อย่างไรว่าครั้งที่ 2 ที่ทำจะโซคดีเหมือนครั้งแรกโดยเฉพาะการทำซ้ำๆหลายครั้งในระยะยาวโดยไม่ปรับปรุง ดังนั้นหากเกิดปัญหาขึ้นมาจะทำให้เราเกิดการเรียนรุ้ปรับตัว โดย “ความผิดพลาด” จะเป็น “ครู” ที่ดีที่สุดให้เราดิ้นรนปรับตัว เพื่อพัฒนาให้ดีขึ้น
ดังนั้นไม่ว่าจะด้วยปัจจัยใดๆ นักลงทุนที่สนใจลงทุนในอสังหาฯจำเป็นต้องแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นมาได้อย่างสนุกตลอดเวลา เพราะถ้าหวังรายได้แล้วไม่มีความสนุกกับการแก้ปัญหาสิ่งแรกที่จะตามมาคือ “ความท้อ” การที่จะก้าวผ่านความท้อ และปัญหาต่างๆไปได้จำเป็นต้องมี Passion คือความปราถานาอย่างแรงกล้า ความรัก สนุก มีความสุข เพื่อที่จะได้ทำงานและลงทุนในธุรกิจอสังหาฯให้ผ่านพ้นปัญหาไปได้อย่างลุล่วง
Passion Income จึงเปรียบสเมือนการ สร้างรายได้จากงานที่รัก ทำงานที่รักจนแทบไม่ได้มองถึงรายได้ ทำงานชนิดแยกไม่ออกว่ารายได้ที่เกิดขึ้น เกิดจากการทำงานหรือเกิดจากความสนุกในการทำ จนรู้สึกเป็นอิสระเหมือนไม่ได้ทำงาน
ดังคำกล่าวของ โธมัส อัลวา เอดิสัน ผู้คิดค้นประดิษฐ์หลอดไฟได้เป็นคนแรกของโลก ที่ทำการทดสอบมากว่า 10,000 ครั้งแล้วล้มเหลว จนสามารถคิดค้นพบวิธีการประดิษฐหลอดไฟในท้ายที่สุด
“I have not failed, I’ve just found 10,000 ways that won’t work.”
“ ผมไม่ได้ล้มเหลว ผมแค่ค้นพบวิธีที่ไม่ได้ผลถึง 10,000 วิธี ”
คุณพร้อมที่จะเรียนรู้ความล้มเหลว พัฒนา และแก้ปัญหา เพื่อสร้าง Passion Income ที่ยั่งยืนแล้วหรือยัง
เรียบเรียงบทความ “Passion Income สร้างรายได้ผ่านอสังหาฯอย่างยั่งยืน”
โดย ทีมงาน คลังบ้าน (www.klungbaan.com)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Line ID : @klungbaan